Functional Training คืออะไร?

            สวัสดีค่ะชาว Work It Out ทุกคน วันนี้อยากจะพูดถึงโปรแกรมการฝึกซ้อมอย่างหนึ่งของเวทเทรนนิ่งที่ฮิตพอสมควรในปัจจุบันนี้ค่ะ แต่หลาย ๆ ที่ หรือหลาย ๆ คนเข้าใจผิดและนำไปใช้ผิด ๆ นั่นก็คือ “Functional Training” นั่นเองค่ะ

               ความหมายจริง ๆ ของคำว่า Functional Training นั้น เกิดมาจากการที่เราฝึกฝนการเคลื่อนไหวต่าง ๆ เพื่อแก้ไข หรือพัฒนาการเคลื่อนไหวนั้น ๆ ในการนำไปใช้จริง ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ หรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งต้องแก้ไข – พัฒนาการเคลื่อนไหวให้ดียิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ดังต่อไปนี้ค่ะ

โดยส่วนใหญ่แล้ว การฝึก Functional Training จะเน้นไปที่การเคลื่อนไหวในหลาย ๆ อย่างพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ร่างกายเกิดการเรียนรู้ในการเคลื่อนไหวหลายระนาบ (ทั้งระนาบหน้า – หลัง + บน – ล่าง + ซ้าย – ขวา) พร้อม ๆ กันหรือไล่ ๆ กันในเวลาไล่เลี่ยกันค่ะ

เช่น บิดเอวจากซ้ายไปขวา พร้อมกับก้าวขามาข้างหน้า 1 ข้าง และเหวี่ยงดัมเบลด้วยแขนข้างเดียวขึ้นฟ้า (แขนข้างตรงข้ามกับขาที่ก้าวมาข้างหน้า) ซึ่งจะให้ประโยชน์ตามข้างต้น พร้อมทั้งประหยัดเวลาไปในตัวด้วยค่ะ (บางท่าก็แทบจะเรียกได้ว่าคาร์ดิโอไปด้วยเลยก็ว่าได้ เพราะทำแล้วหอบกันเลยทีเดียว)

ส่วนปัญหาที่เจอในปัจจุบันคือคนมักเอาความเข้าใจว่า Circuit Training คือ Functional Training ซึ่งนั่นไม่ถูกเสียทีเดียวค่ะ ต้องเข้าใจว่าคำว่า Circuit Training คือการเอาท่า (ซึ่งส่วนมากเป็นท่าเวทเทรนนิ่ง) หลาย ๆ ท่ามาต่อกัน ทำให้เกิดความเหนื่อยล้า (Fatigue) ของกล้ามเนื้อ อันจะต้องทำให้เราใช้ออกซิเจนมากขึ้นในการขจัดกรดแลคติกที่เกิดในกล้ามเนื้อ ซึ่งดูเหมือนเราจะต้องเหนื่อย (Exhausted) ไปด้วย ก็เลยเข้าใจว่ามันคือ Functional Training

อยากจะย้ำให้เข้าใจอีกทีว่า Circuit Training คือการเอาท่าเวทมาต่อ ๆ กัน แล้วพอทำครบก็พัก เป็นรอบ ๆ เท่านั้นนะคะ ไม่ใช่ Functional แต่อย่างใด แต่ Functional Training สามารถเอาหลาย ๆ ท่า (หลาย ๆ การเคลื่อนไหว) มาเป็น Circuit Training ได้ค่ะ

ฟังดูดีจัง อยากฝึกบ้าง ทำยังไง?

เริ่มจากให้ลองหาการเคลื่อนไหวอะไรก็ตาม (ดูจากในอินเตอร์เน็ทก็ได้ค่ะ) ว่าการเคลื่อนไหวแบบไหนที่เราสนใจ หรืออยากทำได้ (การเดินเลียนแบบท่าสัตว์ต่าง ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งการเคลื่อนไหวแบบ Functional ที่ไม่เลวนะคะ ได้ฝึกกล้ามเนื้อทั้งตัวเหมือนกัน ในหลาย ๆ อิริยาบถ) จากนั้นก็ค่อย ๆ ฝึกทำค่ะ

ถ้ามีมุมการเคลื่อนไหวไหนที่เรารู้สึกติด ๆ ขัด ๆ (แต่ไม่ใช่ทำแล้วบาดเจ็บนะคะ) ก็ให้ค่อย ๆ ฝึกการเคลื่อนไหวนั้นซ้ำ ๆ จนกว่าจะชำนาญขึ้นค่ะ

หวังว่าทุกคนคงเข้าใจคำว่าFunctional Training มากขึ้นและหาโอกาสลองฝึกกันดูนะคะ สวัสดีค่ะ

สำหรับในกรณีที่มีเทรนเนอร์เป็นผู้ช่วย ลองปรึกษากับเทรนเนอร์ของท่านดูค่ะ ว่าการเคลื่อนไหวในระนาบใดของท่านที่มีปัญหา (หรือนักกายภาพก็ได้ค่ะ) แล้วขอคำแนะนำในการออกตารางฝึกการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไข หรือพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นก็ได้เช่นกันค่ะ