Cheat Day ตัวการทำหุ่นพัง

               เอาสิ เปิดมาวันนี้ก็จะมาทำลายความเชื่อกันเลยทีเดียว เหมือนมาหาเรื่องเลยแฮะ แต่ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้ว ในความเป็นจริงมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ซะด้วยค่ะ เพราะอะไรเหรอ เรามาดูกันข้างล่างนี้ค่ะ จะบอกให้ฟังว่าทำไมเราไม่จำเป็นต้องมี Cheat Day และ Cheat Day ทำหุ่นเราพังได้ยังไง

  • ส่วนใหญ่ (หรือแทบทั้งหมด) เรามักมี Cheat Meal กันอยู่แล้วค่ะ ถ้านึกไม่ออกว่าไป Cheat ตอนไหน ก็นึกถึง ช็อคโกแลตเย็น ชาเย็น ขาไข่มุก คิทแคท น้ำอัดลม ไก่ทอด นะคะ เรากินอาหารพวกนี้กันอยู่ทุกวันอยู่แล้ว ดังนั้น เรารับพลังงานส่วนเกินซึ่งไม่ต่างอะไรกับ Cheat Meal กันอยู่แล้วค่ะ ตรงข้ามกับนักกีฬาต่าง ๆ ที่ต้องเข้มงวด 100% กับการกินเพราะมีเรื่องของประสิทธิภาพในการแข่งขันมาเกี่ยวข้อง เมื่อพิจารณาจากข้อมูลด้านบน ก็เป็นเหตุผลหนึ่งได้ว่าเราไม่จำเป็นต้องมี Cheat Day ก็ได้ค่ะ ก็กินแบบมีความสุขมากหน่อยก็ได้ แต่ต้องรู้จักกะปริมาณ แล้วก็ความถี่ไม่ให้บ่อยจนเกินไป (เช่น ชอบไก่ทอดมาก กินทุกวัน ก็อาจจะต้องกินวันละ 1 ชิ้นเท่านั้น หรือถ้าหากอดใจไว้ 2 – 3 วันกินที ก็กินได้ 2 ชิ้น เป็นต้น)
  • เราเข้าใจกันไม่ถูกต้องว่าสามารถมี Cheat Day ทุกสัปดาห์ ซึ่งในความเป็นจริงนั้น นักกีฬามี Cheat Day เพียงแค่ 1 – 2 ครั้งต่อเดือน หรือบางที อาจจะมีแค่ช่วง Off Season (ไม่อยู่ในฤดูกาลแข่งขัน เช่น นักฟุตบอลเป็นต้น) ซึ่งความเข้าใจตรงนี้ก่อให้เกิด Calories Surplus และสะสมเป็นไขมันส่วนเกินได้ในระยะยาวค่ะ (ลองคิดดู ว่า Surplus ทุกสัปดาห์ กับ Surplus เดือนละครั้ง อะไรจะเชิญชวนไขมันให้มาสิงที่พุงมากกว่ากัน!!!) ดังนั้น ทางแก้ของข้อนี้ก็สัมพันธ์กับข้อ 1 ค่ะ คือไม่จำเป็นต้องมี Cheat Day หรอก เพียงแต่เข้าใจเรื่องสารอาหารและเฉลี่ยกินสิ่งที่อยากกิน ให้ Calories มันไม่มากเกินกว่าที่เราต้องการก็พอค่ะ (บทความเรื่องสารอาหาร แคลอรี่ มีเขียนไว้แล้วเนอะ ลองค้น ๆ ในเพจและเว็บไซต์เราดูค่ะ ไม่ยากอย่างที่คิด)
  • ยึดติดกับคำว่า “ให้รางวัล” กับร่างกาย แต่แท้จริงแล้ว เรากำลัง “ทำร้าย” ร่างกายมากกว่าค่ะ เราเพียงแค่ให้รางวัล “ความขี้เกียจ” ไม่ว่าจะเป็น ความขี้เกียจเตรียมอาหาร ขี้เกียจกินสิ่งที่มันไม่อร่อย เป็นต้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การดูแลสุขภาพ มันควรจะเป็นวิถีชีวิตของเราค่ะ นั่นหมายถึงเราควรจะหาสมดุลสำหรับสิ่งที่เราจะทำ (ออกกำลังกาย และโภชนาการ) ให้มันเข้ากันกับวิถีชีวิตเรา แทนที่จะไปปรับวิถีชีวิตเราให้เข้ากับการออกกำลังกาย หรือการกินอาหารค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นเราก็จะมีไฟและหมดไฟเร็วมากค่ะ ทางแก้สำหรับข้อนี้ คือต้องทำความเข้าใจใหม่ ว่าการดูแลสุขภาพ มันคือการให้รางวัลที่แท้จริงของร่างกาย เพียงแต่มันเป็นการเดินทางที่ยาวนาน ต้องปรับและหาสมดุลของตัวเองเท่านั้นไม่มีทางลัด ไม่มีสูตรสำเร็จค่ะ
  • อาหารที่ Cheat ส่วนใหญ่ เป็นอาหารที่แคลอรี่สูงทั้งนั้นครับ เช่น น้ำตาล ไขมัน ซึ่งเป็นตัวการให้เกิดการอักเสบในร่างกาย และทำให้เรามี Calories Surplus ได้ง่ายมาก อีกทั้งการกินน้ำตาลในปริมาณมาก ๆ ในเวลาสั้น ๆ (บิงซู ไอติม เป็นต้น) จะทำให้เรามีอินซูลินหลั่งออกมามากเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ Growth Hormones ทำงานได้น้อยลง กล้ามเนื้อก็พัฒนาช้าลงด้วยนะคะ

สำหรับทางแก้ไขของปัญหานี้ อย่างที่บอกไปตอนต้นนะคะ ก็คือ หากเป็นไปได้ ให้พยายามหาสมดุลของวิถีชีวิตเรากับการออกกำลังกายและโภชนาการ โดยลดความคิดที่ว่าต้องมี Cheat Day และหันไปกินสิ่งที่อยากกินโดยควบคุมปริมาณหรือความถี่แทนจะดีกว่าค่ะ  แอบบอกส่วนตัวแล้วกันค่ะ (เอามือป้องปากเตรียมกระซิบ) ผู้เขียนเองทุกวันนี้ก็กินฟาสต์ฟู้ด กินปิ้งย่าง (แต่เลิกกินของหวานแล้ว เพราะแพ้น้ำตาล กินทีไรสิวขึ้นตลอด เซ็ง) อยู่เรื่อย ๆ แต่ใช้วิธีกะปริมาณโดยเตือนสติตัวเองให้กินพออิ่ม ไม่ได้กินชิงถ้วย ไม่ต้องเยอะอย่างกับจะไม่มีวันพรุ่งนี้ให้กิน แล้วออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ใช่ออกเพื่อชดเชยสิ่งที่กินเข้าไปค่ะ ตอนนี้ก็ไม่มีน้ำหนักเพิ่มเติม หรือไขมันส่วนเกินแต่อย่างใดค่ะ

               หวังว่าทุกคนน่าจะเข้าใจแนวคิดนี้มากขึ้นและสนใจลองไปปรับใช้กันดูนะคะ ส่วนใครที่ยังสงสัยในวิธีการของเรื่องนี้ ลองคอมเม้นท์มาค่ะ เราจะมาอธิบายเพิ่มเติมให้ สวัสดีค่ะ