เหงื่อคือน้ำตาของไขมัน เหรอ?

สวัสดีครับชาว Work it out เป็นไงกันบ้าง ผ่านช่วงฝุ่น PM2.5 กันมา มีใครไม่สบายบ้างไหมครับ ระหว่างนี้มีใครได้ไปออกกำลังกาย (ไม่ว่าจะวิ่ง ว่ายน้ำ) นอกบ้านกันแค่ไหนครับ ยังไงก็อย่าลืมหาหน้ากากที่กรองฝุ่นได้ใส่ไว้ด้วย เพื่อไม่ให้เจ็บป่วยกันนะครับ

วันนี้ จะเอาเรื่องที่หลาย ๆ คนยังเข้าใจผิดมาเล่าและทำความเข้าใจกันใหม่ เรื่องที่ว่านั่นก็คือ เราน่าจะเคยได้ยินคำว่า เหงื่อคือน้ำตาของไขมัน (Sweat is Fat crying) อะไรประมาณนี้กันมาบ้างแล้ว พอได้ยินบ่อย ๆ เข้าก็เลยพาลทำให้คิดว่ายิ่งเหงื่อออกเยอะ ยิ่งทำให้เผาผลาญไขมันได้ดีใช่มั้ยครับ

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเนี่ย เหงื่อเนี่ยออกเพราะเกิดจากกระบวนการลดอุณหภูมิของร่างกายเท่านั้นครับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญไขมันที่ดีแต่อย่างใด (ไขมันเนี่ยเอาไปใช้เป็นพลังงานกับดูแลการทำงานในร่างกายส่วนอื่น ๆ ต่างหาก ไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังอีกรอบครับ ว่าไขมันจริง ๆ แล้วทำอะไรบ้าง แต่ที่แน่ ๆ ไขมันไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นเหงื่อจ้ะ น้ำล้วน ๆ เลย)

ทีนี้ ไหน ๆ มาเรื่องเหงื่อไม่ใช่การเผาผลาญไขมันแล้ว อยากฝากเพิ่มไว้หน่อย เป็นสูตรในการคิดคำนวณการเสียเหงื่อของแต่ละคน ว่าปกติเราออกกำลังกายแบบใดแบบหนึ่งในระยะเวลาหนึ่งเนี่ย เราเสียเหงื่อเท่าไหร่ เพื่อเวลาจะไปออกกำลังกาย เราจะได้เตรียมหาน้ำหาท่าไว้กิน ป้องกันอาการขาดน้ำได้ครับ

วิธีการคำนวณอัตราการเสียเหงื่อก็ง่าย ๆ เลย คือ อัตราการเสียเหงื่อ = (น้ำหนักตัวก่อนออกกำลังกาย (กิโลกรัม) – น้ำหนักตัวหลังออกกำลังกาย (กิโลกรัม) + ปริมาณน้ำดื่มขณะออกกำลังกาย (ลิตร) – ปริมาณปัสสาวะ (ลิตร))/ระยะเวลาที่ออกกำลังกาย (ชั่วโมง) งงมะ (งง! – แอดมินตอบเองเลย ตอนเขียนตอนแรกยังแบบ หือ อะไรนะ?) มาดูตัวอย่างข้างล่างครับ

ตัวอย่างเช่น ผู้ชายคนนึงน้ำหนักตัวก่อนออกกำลังกาย 70 กิโลกรัม ออกกำลังกาย 1 ชั่วโมง น้ำหนักตัวหลังออกกำลังกาย 69 กิโลกรัม ดื่มน้ำระหว่างออกกำลังกาย 0.5 ลิตร และไม่ได้ปัสสาวะขณะออกกำลังกาย จะได้อัตราการเสียเหงื่อ = (70-69+0.5-0)/1 = 1.5 ลิตรต่อชั่วโมง

ไอ้ภาวะขาดน้ำเนี่ย มันส่งผลกระทบแบบนี้นะครับ ภาวะขาดน้ำจะพบเมื่อน้ำหนักตัวหลังจากการออกกำลังกายลดลงมากกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวก่อนออกกำลังกาย ทำให้ปริมาณเลือดในร่างกายลดลง หัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตต้องทำงานหนักขึ้น ความสามารถในการระบายความร้อนลดลง การทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทมีประสิทธิภาพลดลง ส่งผลให้สมรรถภาพของการออกกำลังกายลดลง

ซึ่งเราป้องกันได้โดยการก่อนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาประมาณ 60-90 นาที เด็กควรดื่มน้ำอย่างน้อย 400 มิลลิลิตร และผู้ใหญ่ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 500-700 มิลลิลิตร และควรจะมีเวลาในการพักดื่มน้ำทุก ๆ 15-20 นาที แม้ว่าคุณจะยังไม่รู้สึกหิวน้ำก็ตาม และหลังการออกกำลังกายภายใน 2 ชั่วโมง ควรทดแทนปริมาณน้ำที่สูญเสียไป 1.25-1.5 เท่าของปริมาณน้ำที่สูญเสียไป

ว่าจะมาเล่าให้ฟังสั้น ๆ ยาวเลย แต่ได้สาระ และได้ไขข้อข้องใจหรือความเข้าใจผิดให้ชาว Work it out ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีครับ

ทีนี้ ออกกำลังกายครั้งหน้า อย่าลืมพกน้ำ หรือเครื่องดื่มเกลือแร่ติดตัวไว้ด้วยนะครับ ไปละครับ