สูตรสำเร็จ 7 อย่าง เพื่อเป็นคนน่ารักในงานวิ่ง

               สวัสดีค่ะนักวิ่งชาว Work It Out วันนี้อยากจะพูดเรื่องงานวิ่งค่ะทุกวันนี้ในเมืองไทยมีงานวิ่งทุกสัปดาห์เลย มีแทบทุกที่ด้วย เพราะคนหันมาเน้นวิ่งกันเยอะมาก คนหลากหลายนิสัยเลยตามมาด้วย จึงเป็นที่มาของประเด็นบทความในวันนี้ค่ะ ว่าไปงานวิ่งแบบคนน่ารักเขาทำกันยังไง เผื่อนักวิ่งมือใหม่จะได้อ่านแล้วเป็นความรู้เพื่อเอาไปใช้ ส่วนมือเก๋าก็จะได้เตือนตัวเองว่าอย่าเป็นอย่างนี้ (เสียทั้งหมด) นะคะ

1.อย่าไปสาย ไปก่อนเวลาซัก 30 – 60 นาที ฟังดูนานนะคะ แต่จริง ๆ แล้วอาจจะต้องนานกว่านี้ด้วยซ้ำ สำหรับผู้ที่วิ่ง Full Marathon ค่ะ อันนี้เรากะว่าคร่าว ๆ ให้สำหรับนักวิ่งวันอาทิตย์ ที่เป็นระยะประมาณ 5 – 10 กิโลเมตรค่ะ

สาเหตุหลัก ๆ ที่ให้ไปถึงก่อนก็คือ ที่จอดรถหาง่ายกว่า (ประมาณว่าเสร็จงานก็สามารถลากขามาขึ้นรถใกล้ ๆ สบายกว่าชาวบ้านนั่นแหละค่ะ) หรือหากมีอะไรผิดพลาดในการแข่งจะได้แก้ไขได้ทันท่วงทีก่อนออกตัววิ่งค่ะ

2.เตรียมตัวเองให้พร้อม เข้าห้องน้ำ วอร์มร่างกายให้เรียบร้อย ขั้นตอนนี้สำคัญมากนะคะ ตั้งแต่เข้าห้องน้ำเลย มีหลายเหตุการณ์ที่นักวิ่งไม่สามารถทำเวลา หรือแม้กระทั่งวิ่งได้จบ (DNF – Did Not Finish) เพราะเรื่องของการขับถ่ายนี่แหละค่ะ ฉะนั้นควรทำให้เรียบร้อย จะก่อนออกจากบ้านหรือที่จุดแข่งก็ตามสะดวกค่ะ

ส่วนการวอร์มร่างกายก็ควรจะทำทั้ง Drills ต่าง ๆ การ Jogging เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีค่ะ แล้วก็สำรวจเครื่องแต่งกาย สิ่งของที่จะนำติดตัว (ขวดน้ำ / อาหารเหลวให้พลังงาน) ให้ครบถ้วนก่อนออกตัววิ่งค่ะ

3.ขอโทษให้เป็น เวลาเราวิ่งในหมู่คนมาก ๆ จะมีอยู่แล้วค่ะที่วิ่งไม่ทันเรา หรือเราวิ่งไม่ทัน เวลาเราจะแซงใครให้เอ่ยปากขอโทษ หรือ ขอทางนะคะ เพื่อให้คนข้างหน้าทราบว่าเราจะแซงเขาแล้ว เขาจะได้หลบให้ หรืออย่างน้อยก็ไม่เร่งฝีเท้ามาตีคู่กับเราเพื่อให้เราแซงผ่านไปได้ค่ะ

และเวลาโดนแซงถ้าได้ยินคนเอ่ยปากขอทาง หากไม่เหนื่อยจนเกินไป ก็ตอบกลับว่าเชิญค่ะ / ค่ะ ก็จะเป็นน้ำใจที่ดีนะคะ แต่หากเหนื่อยมากแล้ว ยกมือให้เขาผ่านไปเลยก็ได้ค่ะ ไม่ว่ากัน

4.อย่าแซงคิว เมื่อกี้พูดเรื่องแซงวิ่ง ทีนี้พูดเรื่องแซงคิว เวลาถึงจุดเติมน้ำ / เกลือแร่ กรุณาเข้าแถวนะคะ จริง ๆ เราจะเห็นจุดลักษณะนี้ก่อนหน้าจะถึงจุดอยู่ระยะหนึ่งแล้วนะคะ ดังนั้นเราสามารถชะลอฝีเท้าเพื่อเตรียมเข้าแถวรอเติมน้ำได้ค่ะ หลีกเลี่ยงการหยุดกะทันหันหรือแซงคิวค่ะ ไม่น่ารักหรอก (ในชีวิตจริงแซงคิวทั่ว ๆ ไปก็ไม่น่ารักอยู่แล้ว มาแซงคิวตอนเหนื่อย ตอนหิวน้ำ จะพาลโดนตำหนิเอาได้นะคะ)

5.ทิ้งขยะให้ลงถัง หลังจากรับน้ำแล้ว (ส่วนใหญ่เป็นแก้วกระดาษของผู้จัดงาน) กรุณาทิ้งให้ลงจุดที่จัดให้ทิ้งนะคะ อย่าพยายามทำตัวเป็นนักแข่งที่เห็นในทีวี ที่วิ่งไปดื่มไปแล้วพอหมดก็เหวี่ยงทิ้ง อันนั้นของเขามีคนอยากเก็บเป็นที่ระลึกค่ะ เพราะเขาเป็นนักกีฬาดัง ใครก็อยากได้ของ ๆ เขา แต่เราคนธรรมดาค่ะ ทิ้งให้มันถูกที่ และที่สำคัญคือ จะได้ไม่เกะกะและเป็นสาเหตุให้คนที่วิ่งมาทีหลังต้องประสบอุบัติเหตุจากแก้วของเราค่ะ

6.ยืดกล้ามเนื้อ หลังเข้าเส้นชัย พยายามอย่าเพิ่งนั่งลงเม้าท์กับเพื่อนนะคะ ค่อย ๆ คูลดาวน์โดยการเดินช้า ๆ อีกซัก 5 – 10 นาทีก่อน แล้วก็ค่อย ๆ ยืดกล้ามเนื้อค่ะ โดยหลัก ๆ ที่ควรยืดคือช่วงล่างทั้งหมดค่ะ ยืดประมาณซัก 15 – 30 นาทีค่ะ แล้วก็จะทำอะไรก็ทำต่อได้เลยค่ะ (แต่กลับบ้านก็ควรยืดอีกนะคะ สำหรับนักวิ่งยาว ๆ ทั้งหลาย)

7.อย่าบ้าของกิน โอ้โห!!! ข้อนี้กระแทกใจเหมือนลากไปตบกลางสี่แยก หลาย ๆ คนที่มีปัญหาในการลดไขมันที่ไม่ลงซักที บางทีเกิดจากสาเหตุนี้นะคะ วิ่ง 5 กิโลเมตร กินยิงกะไปมาราธอน!!!! อยากให้ค่อย ๆ มีสติคิดก่อนนะคะ ก่อนจะเดินไปหยิบอาหารทุกซุ้มที่มาออกงานเลย ว่าจำเป็นแค่ไหน กินแล้วได้สารอาหารอะไร เราขาดมันมากน้อยแค่ไหน

ถ้าตอบตัวเองไม่ได้ อย่าหยิบกินค่ะ เข้าใจนะคะว่ามันเป็นของฟรี ดูน่าอร่อย แต่พฤติกรรมแบบนี้แหละค่ะ ที่ทำให้เรารับแคลอรี่เข้าร่างกายโดยรู้ตัวแต่ไม่ห้ามตัวเอง สุดท้ายก็อ้วนเหมือนเดิมค่ะ

ทางแก้คือเอาแค่สิ่งที่อยากกินและรู้สึกเป็นประโยชน์จริง ๆ แค่ 2 – 3 อย่างพอค่ะ (แอดมินเองจะเลือกหยิบแค่ผลไม้อย่าง แตงโม กล้วย แล้วก็อาจจะมีเกลือแร่อีกซักอย่าง หรือถ้าหิวจริง ๆ ก็อาจจะเป็น Protein Bar, Protein Shake ค่ะ ส่วนข้าว กลับไปกินที่บ้านหรือไปหาร้านกินจริง ๆ จัง ๆ เถอะค่ะ

หวังว่าบทความนี้คงจะช่วยทำให้ทุกคนไปวิ่งกันในงานที่จะถึงอย่างคนน่ารักกันนะคะ สวัสดีค่ะ