ทับทิม มีดีอะไร?

               วันนี้มาเปิดด้วยเรื่องผลไม้สีสวยกันคะ นั่นก็คือ “ทับทิม (Pomegranate)” หลาย ๆ คนอาจจะชอบตรงที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ  กินแล้วสดชื่นดี วันนี้จะมาบอกให้ฟังค่ะว่านอกจากรสชาติสดชื่นแล้ว เจ้าทับทิมยังมีประโยชน์อะไรอีกบ้างค่ะ

                1. อุดมไปด้วยแร่ธาตุสำคัญต่อร่างกาย

เมล็ดทับทิมปริมาณ 1 ถ้วยตวง (174 กรัม) จะประกอบไปด้วยสารอาหารมากมายดังต่อไปนี้ค่ะ

                นอกจากนี้ในปริมาณ 1 ถ้วยตวง (174 กรัม) ทับทิมให้แคลอรีประมาณ 144 กิโลแคลอรี ก็ถือว่าไม่เยอะนะคะ

2. สารต้านอนุมูลอิสระสูง

น้ำที่คั้นได้จากเนื้อทับทิมมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก โดยสารต้านอนุมูลอิสระในทับทิมจะเป็นสารกลุ่มโพลีฟีนอลและแอนโทไซยานิน และจากการวิจัยก็ค้นพบว่า น้ำทับทิมมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเป็น 3 เท่าของไวน์แดงและชาเขียว และสูงกว่าน้ำบลูเบอร์รี น้ำแครนเบอร์รี น้ำองุ่นสีม่วง และน้ำผลไม้ชนิดอื่น ๆ เมื่อเทียบในปริมาณที่เท่ากัน

ที่สำคัญไปกว่านั้น ในเปลือกและน้ำของทับทิมจะมีสารต้านอนุมูลอิสระชนิดพิเศษที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถป้องกันโรคที่มีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระได้หลายโรค รวมไปถึงภาวะอักเสบต่าง ๆ ด้วย

3. ช่วยลดการอักเสบ

          นอกจากสารพูนิคาลาจิน (Punicalagin) แล้ว ในเปลือกทับทิมยังมีสารช่วยลดการอักเสบที่ชื่อว่า กรดเอลลาจิแทนนิน ซึ่งสารจากเปลือกทับทิมสามารถยับยั้งการสร้างไนตริกออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของการแข็งตัวของหลอดเลือดต่าง ๆ ในร่างกายเมื่อเกิดการอักเสบขึ้นในจุดนั้น ๆ

4. ป้องกันไข้หวัด

          ข้อมูลจากสำนักงานข้อมูลสมุนไพร มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า สารพูนิคาลาจิน (Punicalagin) และฟลาโวนอยด์ในผลทับทิมมีฤทธิ์ต้านไวรัสโรคหวัด โดยสามารถยับยั้งไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ฮ่องกง (H3N2) ในคนในหลอดทดลองได้

5. ลดความดันเลือด ป้องกันโรคหัวใจ

          สารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่มากในทับทิมมีส่วนช่วยป้องกันไขมันชนิดไม่ดีโดยช่วยกำจัดไขมันเลวโดยตรง และยังช่วยยับยั้งการออกซิเดชั่นของไขมันเลว ทำให้ไขมันเลวไม่สามารถเกาะผนังเลือดได้ สารสกัดจากน้ำทับทิมมีผลดีต่อการป้องกันการเกิดโรคหัวใจ เนื่องจากมีส่วนช่วยลดความข้นของเลือดอันเกิดจากภาวะไขมันในเลือดสูง

6. ช่วยกระตุ้นความจำ

          มีงานวิจัยที่ทดลองให้สารสกัดผลทับทิมแก่ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดในปริมาณ 2 กรัม แล้วพบว่า ผู้ป่วยมีอัตราสูญเสียความทรงจำภายหลังการผ่าตัดลดน้อยลงหรือแทบจะไม่สูญเสียความทรงจำเลย

          นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยกับอาสาสมัครสูงอายุจำนวน 28 คน โดยให้ทุกคนดื่มน้ำทับทิมปริมาณ 237 มิลลิลิตรทุกวัน ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ และผลการทดลองพบว่า อาสาสมัครทุกคนมีความจำในส่วนของการสนทนา และการมองเห็น (Verbal and Visual Memory) เพิ่มขึ้น

7. ป้องกันอัลไซเมอร์

          การทดลองในห้องแล็แสดงให้เห็นว่า สารพูนิคาลาจิน (Punicalagin) ที่มีอยู่ในผลทับทิมสามารถยับยั้งการอักเสบในเซลล์สมองส่วนที่เรียกว่า Micrologia ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้

          โดยในการวิจัยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮัดเดอร์สฟิลด์และนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยไฟรบูร์กได้ร่วมกันทำการทดลองโดยใช้เซลล์สมองของหนูทดลองมาใช้เพื่อหาข้อพิสูจน์ ซึ่งผลที่ได้นั้นถูกตีพิมพ์ในวารสาร The Journal Molecular Nutrition and Food Research ว่า จากการทดลองทำให้เรามีความหวังที่จะนำสารสกัดจากผลทับทิมมาสกัดเป็นตัวยา

และหากประสบความสำเร็จ ในอนาคตก็จะสามารถนำสารพูนิคาลาจิน (Punicalagin) มาผลิตเป็นตัวยาเพื่อช่วยรักษาอาการเซลล์สมองถูกทำลาย ยับยั้งการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้

                8. ป้องกันโรคมะเร็ง

          กรดเอลลาจิกที่พบในทับทิมมีฤทธิ์ต้านมะเร็งในเนื้อเยื่อหลายชนิด เช่น ลำไส้ ทางเดินอาหาร ตับ ปอด ลิ้น และผิวหนัง โดยมีฤทธิ์กระตุ้นการเกิดกระบวนการตายของเซลล์มะเร็ง (Apoptosis) บางชนิด รวมทั้งมีฤทธิ์ต้านสารก่อมะเร็ง เนื่องจากในผลทับทิมมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง และยังเป็นแหล่งรวมของสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิด จึงช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อที่อาจจะเกิดเป็นเซลล์มะเร็งในร่างกายได้ อีกทั้งยังสามารถช่วยป้องกันการกลายพันธุ์ของเซลล์ในร่างกายได้อีกด้วย

          อย่างไรก็ตาม การป้องกันและรักษาโรคมะเร็งต้องอาศัยกระบวนการอื่น ๆ ร่วมด้วยถึงจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกาย ไม่สูบ ไม่ดื่ม และพักผ่อนอย่างเพียงพอ เป็นต้น

เห็นประโยชน์อันมากมายของทับทิมแล้ว ก็อย่าลืมรับประทานเจ้าผลไม้ชนิดนี้ด้วยนะคะ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงค่ะ

สวัสดีค่ะ